หากคุณเคยมีประสบการณ์กับ VRChat, Spatial, Rec Room, AltspaceVR หรือโซเซียลอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกับ VR หัวใจสำคัญของ Microsoft Mesh อาจจะไม่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นในทันที VR ทำให้เราสนุกไปพร้อมกับผู้เล่นหลายคนได้ด้วยการเล่นโซเซียล และการเล่นเกมมานานหลายปีแล้ว แล้วอะไรที่ทำให้ AR ดูน่าตื่นเต้นมากกว่านี้ ที่มา https://uploadvr.com/hands-on-microsoft-mesh/

               ผมก็มีข้อสงสัยนั้นเหมือนกันแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เข้าไปในงานการสาธิตตัวอย่าง Mesh และการได้สวม Hololens 2 บนหัวของผมทำให้ข้อสงสัยเหล่านั้นหายไปหมดในทันที Mesh คือเฟรมเวิร์คใหม่ของไมโครซอฟต์เพื่อให้ประสบการณ์เสมือนจริงกับผู้ใช้งานพร้อมกันหลายคนข้ามแพลตฟอร์มที่หลากหลายได้ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือที่นักพัฒนาสามารถใช้งานรองรับแอปพลิเคชันที่มีอยู่แล้วหรือแอปพลิเคชันที่สร้างใหม่ หัวใจสำคัญของ Mesh ที่เรารอคอยมาแสนนานที่ผู้ใช้งาน Hololens พร้อมกันหลายคนสามารถเชื่อมต่อกันได้ทั่วโลกและโต้ตอบกับบุคคลเสมือนคนเดียวกันได้ เราเคยเห็น Holelens ถูกใช้ทำงานร่วมกันในห้องเดียวกัน และที่ผ่านมาฟังก์ชันออนไลน์บางอย่างมีข้อจำกัดแต่ Mesh กำลังทำให้ไมโครซอฟต์ก้าวไปอีกขั้น ที่มา https://uploadvr.com/hands-on-microsoft-mesh

                   ดังนั้น สำหรับตัวอย่าง ฉันทดลองแอปที่ใช้ทำงานร่วมกันชื่อว่า Fenix ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายซึ่งคุณเองก็คาดหวังจากแอปโซเซียลของ VR พร้อมด้วยสื่อมวลชนท่านอื่นๆ ฉันสามารถนำเข้าวัตถุสิ่งของแบบ 3 มิติเข้ามาในห้องได้แล้วส่งต่อมันให้กับคนอื่น หรือบีบนิ้วเพื่อวาดเส้นสไตล์ Tilt Brush ด้วยมือ โมเดล 3 มิติที่ถูกเรนเดอร์ด้วย HoloLens 2 ถูกวางอยู่บนโต๊ะที่ฉันสามารถยึดมันเข้ากับพื้นที่ทางกายภาพได้ ฉันบีบโมเดลด้วยมือทั้งสองข้าง ปรับขนาด วางไว้บนหัวของฉัน แล้วเสียบทับบนโมเดล 3 มิติของดวงจันทร์ที่ฉันเอาเข้ามาในฉากได้ การเคลื่อนย้ายโต๊ะที่มีเหล่าอวตารอยู่ อวตารเหล่านั้นก็เคลื่อนย้ายตามโต๊ะไปด้วย ทำให้ฉันสามารถหาพื้นที่สำหรับทุกคนในห้องได้ อีกแล้ว! รู้สึกว่าคอนเซ็ปมันคุ้น ๆ ไหม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่คุ้นเคยก็คือความรู้สึกที่ไม่ธรรมดาภายใน HoloLens นี่แหละ ซึ่งปัญหาของ VR ส่วนใหญ่ก็ถูกลบออกไปจนหมด อวตาร AltSpaceVR ทั้งหมดยืนอยู่ในห้องของผม ส่งวัตถุสิ่งของให้กันและกันอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับว่าเรายืนอยู่ข้างกันจริง ๆ เพราะผมไม่อยู่ใน VR ผมสามารถหยิบโทรศัพท์มาเช็กข้อความได้ทันที หรืออาจจะใช้คอมพิวเตอร์ที่อยู่ใกล้ได้เลย แม้จะเป็นการสาธิตที่เรียบง่าย แต่ Fenix ก็ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและเป็นส่วนขยายที่มีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อของเครื่องมือออนไลน์ที่มีอยู่ในการใช้ทำงานร่วมกัน – มีแม้กระทั่งแผนที่จะรองรับเพื่อนำผู้ใช้พีซีเข้ามาผ่านเว็บแคม ที่มา https://uploadvr.com/hands-on-microsoft-mesh

              ใช่ เป็นเรื่องปกติในข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ (และที่น่าสังเกตก็คือ สื่อส่งเสริมการขายของไมโครซอฟต์ ยังคงไม่ได้นำเสนอถึงข้อจำกัดนี้ของ HoloLens 2) แต่การรวม Mesh เข้ามาทำให้ Hololens ได้กำจัดข้อด้อยบางอย่างที่มีอยู่ในต้นแบบก่อนหน้านี้และได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในฐานะเครื่องมือที่ผลิตขึ้นมาทำงานร่วมกัน — และไมโครซอฟต์กล่าวว่า Hololens กำลังถูกนำไปใช้สำหรับงานการผลิตในจำนวนที่มากขึ้น เห็นได้ชัดว่า VR ก็มีประโยชน์ในตัวของมันเองเมื่อต้องมาทำงานร่วมกัน และนั่นคือเหตุผลที่ไมโครซอฟต์บอกว่า Mesh ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ HoloLens Greg Sullivan ผู้อำนวยการของ Mixed Reality กล่าวถึงชื่อ Oculus เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานร่วมกันได้และยืนยันว่าจะมีการรองรับสมาร์ทโฟนด้วยเช่นกัน


                 ไมโครซอฟต์วางแผนที่จะเปิดตัว Mesh ในการสาธิตตัวอย่างในตอนแรกแล้วค่อย ๆ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่รวมเข้ามาให้กับนักพัฒนา ซึ่งรวมถึงเครื่องมือใหม่สำหรับอวาตาร์ด้วย มีแผนเริ่มต้นสำหรับการรวมแอพด้วย คุณสามารถขอสิทธิ์เข้าถึง AltspaceVR เวอร์ชันที่เปิดใช้ Mesh ได้ เช่น การรวมฟีเจอร์ใหม่จำนวนมากเข้ามาในแพลตฟอร์มโซเซียลของ VR บางทีน่าจะตื่นเต้นกว่า ในท่ามกลางพันธมิตรมากมาย วันนี้ในงานประชุมนักพัฒนา Ignite  Niantic ได้สาธิตการต่อสู้บน Mesh ของเหล่า Pokemon Go ร่วมกับผู้เล่นอีกหลายคนในการสาธิตนี้ยังไม่ได้เป็นแนวคิดเชิงพาณิชย์ แม้จะเกิดข้อสงสัยว่าทำไมไมโครซอฟต์ถึงเลือกจะปิด Minecraft World ลงก่อนที่จะแนะนำสิ่งที่อาจจะเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญ


                  จริงอยู่ที่เรายังห่างไกลจากสิ่งที่ต้องการ อย่างเช่น Mesh ที่มีผลกระทบอย่างมากต่อผู้บริโภคAR  ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะข้อจำกัดของแพลตฟอร์มนั่นเอง ผู้ร่วมเล่น Pokemon Go พร้อมกันหลายคนที่อยู่ใน AR เต็มรูปแบบเป็นแนวคิดที่เด็ดมาก แต่ HoloLens ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นขายให้องค์กรซึ่งมีราคาแพงมากเกินไปและผู้บริโภคยังไม่พร้อมที่จะยอมรับและไมโครซอฟต์ก็ไม่ได้พูดถึงขั้นตอนต่อไปในเรื่องนี้ที่งาน Ignite ในวันนี้
โดย Mesh ทำให้รู้สึกว่าไมโครซอฟต์ได้ก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ในการใช้ศักยภาพของ HoloLens อย่างเต็มที่ และควบคู่ไปกับอนาคตของ spatial computing