ที่มา https://uploadvr.com/microsoft-openxr-unity/

                ข้อความโพสต์โดย Alex Turner แห่งไมโครงซอฟต์อธิบายว่า “เริ่มต้นที่ Unity 2021 จากนั้น OpenXR จะกลายเป็นระบบหลังบ้านที่รองรับ Unity เท่านั้นโดยมีเป้าหมายใช้งานกับชุดแว่น Hololens และระบบปฏิบัติการ  Windows Mixed Reality” และ OpenXR ยังรองรับ Unreal Engine ของ Epic Games และไมโครซอฟต์ได้แนะนำอย่างเป็นทางการกับผู้ที่พัฒนาเอนจิขึ้นใช้เองบน VR และ AR ว่าต่อไปควรเปลี่ยนมาใช้ OpenXR API 

                HoloLens 2 และระบบปฏิบัติการ  Windows Mixed Reality จะยังรองรับต่อไปกับแอปที่ใช้  WinRT API รุ่นก่อนหน้านี้ แม้ว่าฟีเจอร์ใหม่จะไม่รองรับการทำงานของ API เหล่านี้” ข้อความบนโพสต์ได้อธิบาย

                 มาตรฐาน OpenXR มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีการเขียนโค้ดเอนจิเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วสามารถใช้งานกับฮาร์ดแวร์ข้ามแพลตฟอร์มจากผู้จำหน่าย VR และ AR ที่มีอยู่หลากหลายได้ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาการทำงานของนักพัฒนาในการติดตั้งซอฟต์แวร์บนระบบ VR/AR ทั้งหลาย มาตรฐานนี้ได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวางจาก likes ของ Valve และ Facebook ก็เช่นกัน โดยไมโครซอฟต์ได้ผลักดันด้านเนื้อหาด้วยการใช้  OpenXR กับเอนจิน RenderDragon ตัวใหม่ของเกม Minecraft ที่รองรับบน PC VR

นี่คือช่วงเริ่มต้นสำหรับการนำ OpenXR มาใช้งาน แม้ว่า Unity จะเป็นเอนจินที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการสร้างเกม แต่เหล่านักพัฒนาก็ยังใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นที่แตกต่างกันอย่างมากมาย ดังนั้นอาจจะต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่จะมีเวอร์ชั่น Tuner ตามที่ได้กล่าวไป — Unity 2021 LTS — เป็นเวอร์ชั่นที่ถูกพัฒนาโดยใช้ OpenXR

เราเองก็อยากรู้ว่าการใช้งาน OpenXR จะส่งผลต่อนักพัฒนาอินดี้อย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นใน Unity เวอร์ชั่นก่อนหน้าและนักพัฒนาบางคนได้พยายามอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันใหม่ซึ่งอาจไม่เหมาะสมเพียงแค่ที่จะเข้าถึงฟีเจอร์ในอนาคตเหมือนผู้สร้างแพลตฟอร์มอย่างไมโครซอฟต์, Facebook หรือ Valve ที่อาจนำไปใช้งาน กล่าวอีกนัยหนึ่ง เวลาเป็นตัวผู้บอกเองว่า OpenXR จะส่งผลต่อระบบนิเวศในการพัฒนา VR และ AR อย่างไร